วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

โบกมืออำลา บ๊ายบาย ปีเสือกับการชมพระอาทิตย์ตกในวันสุดท้ายของปี

วันนี้เป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2553 วันที่ทุกๆ คนคุ้นเคยกันดีว่าเป็นวันสุดท้ายของปีหรือวันสิ้นปีนั่นเอง แน่นอนว่า ในคืนนี้กิจกรรมการนับถอยหลังเพื่อเข้าสู่ศักราชใหม่ ได้ตกเป็นอะไรๆ ที่ขาดกันไม่ได้เสียแล้ว โดยเฉพาะในไต้หวันเพราะปี 2554 นี้ จะเป็นปีที่เข้าสู่การครบรอบ 100 ปี ของการสถาปนาสาธารณรัฐจีน ทำให้ทั่วประเทศมีการเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก และก่อนที่จะไปชมไฮไลท์ของการเคาท์ดาวน์ในไต้หวันกัน เรามาชมภาพสวยๆ ของการส่งอำลาแสงอาทิตย์สุดท้ายของปีกันก่อนนะคะ

จุดที่พระอาทิตย์ตกเป็นจุดสุดท้ายของเกาะไต้หวันคือที่ฉีจิน ของเมืองเกาสง และชีกู่ ของเมืองไถหนาน ขณะที่เกาะจินเหมิน ซึ่งอยู่ทางตะวันตกที่สุดของไต้หวัน จะเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกเป็นจุดสุดท้ายของประเทศ

แสงอาทิตย์สุดท้ายของปี 2553
ค่อยๆ ลับขอบฟ้าลงทะเล ที่ชีกู่ เมืองไถหนาน

ปีใหม่มาตรการใหม่เริ่มใช้ในไต้หวัน

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ก็จะถึงวันขึ้นปีใหม่ ครบรอบ 100 ปี สถาปนาสาธารณรัฐจีน พร้อมกับการใช้มาตรการใหม่ๆ ของรัฐบาลด้วย เช่น การปรับค่าแรงขั้นต่ำจากเดิม 17,280 ดอลลาร์ไต้หวัน/เดือน เป็น 17,880 ดอลลาร์ไต้หวัน/เดือน ส่วนทางด้านสวัสดิการสังคม จะขยายการให้เงินช่วยเหลือเลี้ยงบุตร เงินช่วยเหลือการศึกษาครอบครัวผู้มีรายได้ต่ำ เป็นถึงอายุ 2 ขวบ ส่วนการยกเว้นวีซ่าของประเทศสมาชิกเชงเก้น ก็จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป ทำให้ชาวไต้หวันสามารถเดินทางท่องเที่ยวประเทศต่างๆ ในยุโรปจำนวน 35 ประเทศได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า

มาตรการแรกที่ผู้ใช้แรงงานต้องร้อง “เฮ” “ไชโย” ก็คือการปรับค่าแรงขึ้นต่ำอีกเดือนละ 600 ดอลลาร์ไต้หวัน เป็น 17,880 ดอลลาร์ไต้หวันต่อเดือน หรือคิดเป็น 3.47% ค่าแรงรายชั่วโมงจากเดิม 95 ดอลลาร์ไต้หวันต่อชั่วโมงเป็น 98 ดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนทางด้านการประกันสุขภาพ ก็มีการปรับลดเพดานจำนวนค่ารักษาพยาบาลที่ต้องรับผิดชอบเองประเภทพักรักษาตัวในโรงพยาบาลลงจากเดิม 1,000 ดอลลาร์ไต้หวัน สำหรับโรคชนิดเดียวกันเหลือไม่เกิน 28,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อโรค และตลอดทั้งปีไม่เกิน 47,000 ดอลลาร์ไต้หวัน

ส่วนทางด้านเงินช่วยเหลือเลี้ยงดูบุตรของครอบครัวที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 1.5 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเลี้ยงดูบุตรสำหรับบุตรที่มีอายุไม่เกิน 2 ขวบได้จำนวน 3,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ยกเว้นบุตรคนที่ 3 ขึ้นไปจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในส่วนนี้โดยไม่มีเงื่อนไข สำหรับครอบครัวกลุ่มผู้อ่อนแอในสังคมจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 ดอลลาร์ไต้หวัน

ในส่วนของนครไทเป ได้ดันแผน “ช่วยให้คุณตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ” ก็จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันขึ้นปีใหม่เช่นเดียวกัน เพียงแต่บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสำมะโนประชากรในนครไทเป และพำนักอาศัยในนครไทเป 1 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยเหลือการมีบุตรท้องละ 20,000 ดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ที่บิดาและมารดามีชื่อในสำมะโนประชากรนครไทเป และพำนักในนครไทเปจริงครบ 1 ปีขึ้นไป ผู้ชำระภาษีรายได้บุคคลธรรมดาในอัตราไม่เกิน 20% จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 2,500 ดอลลาร์ไต้หวัน จนเด็กอายุครบ 5 ขวบบริบูรณ์

ศาลกีฬาเริ่มกระบวนการไต่สวนกรณีนักเทควนโด้สาวไต้หวันฟ้องสหพันธ์เทควนโด้สากล

นาย Matthieu Reeb เลขาธิการศาลกีฬาโลก หรือ CAS ได้ยืนยันในวันนี้ว่า ศาลกีฬาโลกเริ่มกระบวนการไต่สวนกรณีการร้องเรียนความเป็นธรรมของนางสาวหยาง สูจวิน นักเทควนโด้สาวไต้หวัน ที่ถูกกรรมการตัดสินชาวเกาหลีตัดสินแพ้ฟาล์วอย่างมีข้อกังขา โดยกล่าวหาว่า หยาง สูจวิน ติดแถบแม่เหล็กสีดำซึ่งเป็นเครื่องส่งสัญญานนับคะแนนไว้ที่บริเวณส้นเท้า ผิดกติกา แต่เมื่อดูจากเทปบันทึกภาพแล้ว หยางฯ ได้แกะแถบแม่เหล็กดังกล่าวออกก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นโดยมีกรรมการคอยกำกับ ทำให้คณะกรรมการการกีฬาแห่งชาติของไต้หวันยื่นร้องเรียนต่อศาลกีฬาโลกขอให้พิจารณาในเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม ในขณะที่เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2553 สหพันธ์เทควนโด้สากลได้ลงโทษหยาง สูจวิน ห้ามลงแข่งขันเป็นเวลา 3 เดือน

นายแมททริว ลีบ ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวอาร์ทีไอว่า ได้เริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้แล้ว โดยจะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือให้ทั้งสองฝ่ายชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และขั้นที่ 2 จะเป็นการเปิดการประชาพิจารณ์

มหกรรมพืชสวนโลกไทเปเสน่ห์แรง ผู้ชมย่างสู่ 3 ล้านคน

มหกรรมพืชสวนโลกไทเปเสน่ห์แรงเกินคาด หลังจากผู้เข้าชมงานสะสมทะลุ 2 ล้านคนในเดือนธันวาคมแล้ว คาดว่าในช่วงต้นเดือนมกราคมจะย่างเข้าสู่จำนวน 3 ล้านคน ผู้จัดงานเตรียมแจกของรางวัลแก่ผู้โชคดีเข้าชมคนที่ 3 ล้าน รางวัลใหญ่สุดคือคูปองที่พักโรงแรม 5 ดาว และเพื่อเป็นการร่วมฉลองวันชาติ 100 ปี จะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย
มหกรรมพืชสวนโลกเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน มีผู้เข้าชมงานสะสม 2 ล้านคนในวันที่ 15 ธันวาคม จำนวนผู้เข้าชมงานแต่ละวัน 4-5 หมื่นคน จนถึงเวลา 10 น. ของวันที่ 30 มีผู้เข้าชมแล้ว 2 ล้าน 8 แสนคน

ติงสียง (丁錫鏞) ผู้จัดการใหญ่มหกรรมพืชสวนโลกคาดว่า จำนวนผู้ชมจะทะลุ 3 ล้านในวันที่ 3 มกราคม เพื่อกระตุ้นให้จำนวนผู้เข้าชมถึง 3 ล้านโดยเร็ว มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ถือเป็นการร่วมฉลองวันชาติ 100 ปีด้วย เช่น ผู้ที่เกิดในเดือนมกราคม หรือ ผู้ที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์วงกลมติดตัวมาด้วย จะได้รับรางวัล “กิจกรรมวงกลม 36 เป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมสนุกได้ ขอให้สอดคล้องตามที่กำหนด ตั้งหัวจรดเท้า เช่น ผู้ที่โกนหัวกลม ๆ หรือหากไม่ได้โกนหัว ใส่หมวกคลุมหัวทรงกลม ก็ได้”

พรรคดีพีพี จะฟ้องร้องขอให้การเลือกตั้ง ไทเป ไทเปใหม่ และไถจง โมฆะ

กรณีเหลียนเซิ่งเหวิน บุตรชายเหลียนจ้านหัวหน้ากิติมศักดิ์พรรคก๊กมินตั๋งโดนยิงก่อนวันเลือกตั้ง ตามมติที่ประชุมกลางของพรรคดีพีพีในวันที่ 29 ระบุว่าอาจจะฟ้องร้องขอให้การเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงไทเป นครไทเปใหม่ และ นครไถจง เป็นโมฆะ

ไช่อิงเหวินหัวหน้าพรรคดีพีพีกล่าวว่า กรณีการยิงเหลียนเซิ่งเหวินก่อนวันเลือกตั้ง 5 นคร ยังไม่มีความกระจ่าง รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการเปิดเผยความจริง ในวันที่ 29 พรรคดีพีพีมีมติ อาจทำการฟ้องร้อง

หลินอิ่วชัง (林右昌) โฆษกพรรคดีพีพี เปิดเผยว่า “พรรคดีพีพีต้องการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ที่สำคัญคือต้องการความจริง พวกเราจะต้องตัดสินใจขั้นสุดท้ายในวันที่ 31 หากมีการผ่านมติแล้ว จะดำเนินการทั้ง 3 นคร ซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งใน 3 นครดังกล่าวจะเป็นผู้ยื่นฟ้องร้อง”

เศรษฐกิจฟื้นตัว ความต้องการบุคคลากรสูงสุดในรอบ 9 ปี

สำนักงบประมาณ สภาบริหารรายงานตัวเลขตำแหน่งงานว่างในภาคอุตสาหกรรมและการบริการซึ่งต้องการผู้เข้าทำงานมีจำนวน 193,000 คน อัตราความต้องการเท่ากับ 2.81% เป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2002ข้าราชการเปิดเผยว่า เป็นสิ่งบ่งชี้เศรษฐกิจฟื้นตัว ผู้ประกอบการต้องการบุคคลากรเพิ่มขึ้น

สำนักงบประมาณรายงานผลการสำรวจภาวะการจ้างงานของผู้ประกอบการปี 2010ในเดือนสิงหาคมตำแหน่งงานว่าง 58,000 คน อัตราความต้องการบุคคลากรเพิ่มจากปีที่แล้ว 2.06% เป็น 2.81% เพิ่มขึ้น 0.75 จุด

หลิวเทียนซื่อ อธิบดีกรมที่ 4 ของสำนักงบประมาณกล่าวว่า กิจการภาคการผลิตมีตำแหน่งงานว่างมากที่สุด คิดเป็นจำนวน 90,434 คน กิจการค้าส่งและค้าปลีกรองลงมากคือ 34,084 คน
ในส่วนภาคบริการนั้น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 5.35% รองลงมาคือกิจการบริการอื่น ๆ 4.56% และอันดับ 3 คือกิจการโรงแรมร้านอาหารมีสัดส่วน 4.07%

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กระทรวงเศรษฐการระบุ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้อาจทะลุ 10%

กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน แถลงในวันที่ 28 ธ.ค. ศกนี้ว่า จากข้อมูลในปัจจุบัน อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้น่าจะทะลุหลัก 10% แต่ปีหน้าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะลดความร้อนแรงลง รัฐบาลจะปรับเปลี่ยนเป้าหมายไปที่การเข้ามาลงทุนของต่างชาติ โดยตั้งเป้าเงินลงทุนต่างชาติจะสูงถึง 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเงินลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นายซือเหยียนเสียง รมว.เศรษฐการ กล่าวว่า สำหรับในประเทศ ทุกคนคงจำได้ดีก่อนหน้านี้ สำนักสถิติและบัญชีกลางคาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้จะสูงถึง 9.98 % แต่วันนี้เป็นวันที่ 28 ธ.ค. แล้วจากข้อมูลต่างๆ ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้น่าจะทะลุหลัก 10% แต่ต้องรอให้ถึงเดือน ก.พ.ปีหน้า จึงจะทราบแน่ชัด นับว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 20 ปี

เอ็มเอซีระบุ การเปลี่ยนชื่อสำนักงานตัวแทนไต้หวันในฮ่องกงเป็นดัชนีชี้วัดความสัมพันธ์ของไต้หวันและฮ่องกง

คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland Affiars Council :MAC)สภาบริหาร ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน แถลงในวันที่ 27 ธ.ค. ศกนี้ว่า หลังจากที่ไต้หวันและฮ่องกงได้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีต่อกันขึ้นแล้ว รัฐบาลฮ่องกงควรให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนชื่อสำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำฮ่องกงซึ่งจนถึงขณะนี้ยังใช้ชื่อว่า Chung Hwa Travel Service 「中華旅行社」พร้อมระบุว่าการเปลี่ยนชื่อสำนักงานตัวแทนไต้หวันในฮ่องกงเป็นดัชนีสำคัญที่ชี้วัดความคืบหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและฮ่องกง

นายจูซี ผู้อำนวยการกองกิจการฮ่องกงและมาเก๊า คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่กล่าวว่ า “สำนักงานตัวแทนรัฐบาลไต้หวันประจำฮ่องกงก็คือสำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าในฮ่องกงซึ่งใช้ชื่อว่า บริษัทนำเที่ยวจงฮวา Chung Hwa Travel Service 「中華旅行社」เนื่องจากไม่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงภารกิจที่แท้จริงของสำนักงานดังกล่าวได้ ที่ผ่านมาได้รับการวิพากวิจารณ์จากวงการต่างๆมาก ฝ่ายไต้หวันเห็นว่าสมควรมีการเปลี่ยนแปลงชื่อให้ตรงตามภารกิจที่แท้จริงของหน่วยงานดังกล่าว หวังว่ารัฐบาลฮ่องกงจะให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ และเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนชื่อสำนักงานตัวแทนไต้หวันในฮ่องกงจะเป็นดัชนีสำคัญที่ชี้วัดความคืบหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและฮ่องกงว่าได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วหรือไม่”