วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ไต้หวันมีเงินทุนสำรองต่างประเทศรั้งอันดับ 4 ของโลก

ธนาคารกลางแห่งชาติ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เผยตัวเลขเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไต้หวัน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2553 อยู่ที่ 380,505 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 8,442 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นสูงสุดติดต่อกันในรอบ 23 เดือน โดยนอกจากผลตอบแทนจากการนำเงินทุนสำรองต่างประเทศไปลงทุนแล้ว การที่ค่าเงินยูโรแข็งค่ากว่าเงินดอลล่าร์ และค่าเงินต่างประเทศอื่นๆ ที่มีอยู่หลังเทียบเป็นค่าเงินดอลลาร์มีค่าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ไต้หวันมีเงินตราต่างประเทศมากขึ้น และยังคงเป็นประเทศที่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากเป็นอันดับ 4 ของโลก
ส่วนประเทศที่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกยังคงเป็นจีนแผ่นดินใหญ่ โดย ณ สิ้นเดือนมิ.ย. มี 2,454,300 ล้านเหรียญสหรัฐ อันดับสองคือ ญี่ปุ่น มี 1,014,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นเดือนส.ค. และอันดับสามคือ รัสเซีย 436,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเกาหลีใต้ที่จัดว่าเป็นคู่แข่งกับไต้หวัน มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากเป็นอันดับ 5 ของโลก โดย ณ สิ้นเดือนก.ย. มีทั้งสิ้น 285,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับสิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มสี่เสือเศรษฐกิจเอเชียเช่นเดียวกับไต้หวันและเกาหลีใต้นั้น เมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม สิงคโปร์มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 208,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนฮ่องกงมี 255,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

เปิดตัวมาสคอตและของที่ระลึกงานมหกรรมพืชสวนโลกไทเป 2010 เกือบ 400 ชนิด

เหลือเวลาอีก 33 วันจะถึงวันเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกไทเป 2010 ซึ่งมีกำหนดจะเปิดงานในวันที่ 6 พ.ย. ศกนี้ เทศบาลกรุงไทเปซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวมาสคอต 5 ตัวและของที่ระลึกงานมหกรรมพืชสวนโลก 10 รายการใหญ่ เกือบ 400 ชนิด คาดจะทำรายได้มากกว่า 50 ล้านเหรียญเอ็นที

นายเฉินสงเหวิน กรรมการผู้จัดการงานมหกรรมพืชสวนโลกไทเป 2010 กล่าวว่า มาสคอตทั้งห้าตัวให้ชื่อว่า เทพธิดาแห่งบุปผชาติ 「花精靈」 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปอย่างมาก เป็นตัวแทนของดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ ดอกกล้วยไม้ฟาแลน ดอกไฮเดรนเยีย และดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ปลูกมากไต้หวัน และมีสีแตกต่างกันเป็นตัวแทนของทวีปทั้ง 5 ในโลก

WHO มั่นใจไต้หวันรับมือกับซูเปอร์บัคได้

นาง  Fadela Chaib  โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงภายหลังได้รับแจ้งจากทบวงสาธารณสุขไต้หวันเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อซูเปอร์บัค NDM-1 รายแรกในไต้หวันว่า องค์การอนามัยโลกมั่นใจว่ามาตรฐานด้านสาธารณสุขของไต้หวันจะสามารถรับมือกับแบคทีเรียซูเปอร์บัค NDM-1ได้และสามารถดูแลรักษาผู้ติดเชื้อให้หายได้ พร้อมกันนี้ยังย้ำว่า นโยบายขององค์การอนามัยโลกคือ ส่งเสริมให้ทุกประเทศเตรียมมาตรการรับมือกับการแพร่กระจายของซูเปอร์บัค NDM-1 และเร่งวิจัยยาต้านซูเปอร์บัคออกมาโดยเร็วที่สุด และแนะนำให้โรงพยาบาลของประเทศต่างๆที่ให้การรักษาผู้ติดเชื้อซูเปอร์บัค NDM-1ต้องมีมาตรการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อดังกล่าว ขณะเดียวกันทุกประเทศต้องใช้ยาปฎิชีวนะอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย

พบผู้ติดเชื้อซูเปอร์บัค NDM-1รายแรกในไต้หวัน

ทบวงสาธารณสุข ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน แถลงในวันที่ 4 ต.ค. ศกนี้ว่าพบผู้ติดเชื้อแบคทีเรียซูเปอร์บัค NDM-1(New Delhi-Metallo-1) ในไต้หวันรายแรกแล้วเป็นช่างภาพของสถานีโทรทัศน์ที่เดินทางไปถ่ายทำรายการที่อินเดียแล้วถูกผู้ก่อการร้ายกราดยิงใส่ จากนั้นเข้าทำการผ่าตัดเอากระสุนออกที่โรงพยาบาลในอินเดีย สันนิษฐานว่าจะติดเชื้อขณะผ่าตัด

นายซือเหวินอี๋ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ทบวงสาธารณสุขแถลงว่า ขณะนี้ผู้ป่วยซึ่งเดินทางกลับมาจากอินเดียเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในไทเป หายดีและกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว เนื่องจากตรวจพบเชื้อ NDM-1 ในลำไส้แต่ไม่แสดงอาการใดๆดังนั้นไม่เข้าข่ายโรคติดต่อที่ต้องมีการควบ

งานฉลองวันชาติปีนี้ รัฐบาลไต้หวันจะจัดขบวนแห่รถบุปผชาติรอบกรุงไทเป

วันที่ 10 ต.ค. ของทุกปีเป็นวันชาติของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ปีนี้เป็นปีที่ 99 ประกอบกับเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ปีที่แล้วเกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วมทำให้ผู้คนเสียชีวิตไปหลายร้อยคนรัฐบาลจึงงดจัดงานฉลองวันชาติหนึ่งปี ดังนั้นงานวันชาติปีนี้จึงจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา

ทำเนียบประธานาธิบดีแถลงว่า งานฉลองวันชาติปีนี้จะเริ่มจากช่วงเช้าไปจนถึงกลางคืน โดยช่วงเช้าเป็นพิธีรำลึกการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐจีนอย่างเป็นการจัดขึ้นที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดี ช่วงบ่ายจะเป็นการแห่ขบวนรถบุปผชาติรอบกรุงไทเป โดยเริ่มแห่จากอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็คไปตามถนนเหรินอ้ายถึงปลายทางที่ พิพิธภัณต์ดร. ซุนยัดเซ็น ช่วงกลางคืนนอกจากจะมีการจุดดอกไม้ไฟจำนวน 51,000 ดอกที่ริมแม่น้ำต้านสุย ในกรุงไทเปในเวลา19.00 น.แล้วยังจะมีการจัดงานราตรีฉลองวันชาติที่เกาะเผิงหู ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดนอกเกาะไต้หวัน

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันสายตาโลก นักธุรกิจไต้หวันจัดกิจกรรมขี่จักรยานรับบริจาครอบเกาะ

เพื่อสนองรับวันสายตาโลก(World Sight Day) ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่สองของเดือนตุลาคมของทุกปี มูลนิธิ Orbis Taiwan ร่วมกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์(Standard Chartered Bank) จัดกิจกรรมขี่จักรยานรับบริจาคทั่วเกาะขึ้น เพื่อร่วมสมทบกองทุนป้องกันและช่วยเหลือการพิการทางสายตาจากทั่วโลก โดยทีมจักรยานซึ่งใช้ชื่อว่า「ทีมจักรยานสีฟ้า」ได้เริ่มออกเดินทางแล้วในวันที่ 4 ต.ค. นี้

เกาซู่เหนียน(高恕年)ผู้จัดการใหญ่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ระบุว่า ทีมจักรยานได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดยการรวมตัวของพนักงานของธนาคารที่ชื่นชอบการขี่จักรยาน ปีนี้เป็นปีที่ 2 ของการจัดกิจกรรมขี่จักรยานรับบริจาคทั่วเกาะ โดยในปีที่แล้วมียอดรับบริจาครวม 1.3 ล้านเหรียญไต้หวัน และในปีนี้ได้มีการขยายการรับบริจาค เพิ่มเป็น 7 ทีม รวมพนักงาน 112 คน ร่วมกันรับบริจาคทุกภาคทั่วไต้หวัน โดยหวังจะสามารถเชิญชวนผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาได้มากยิ่งขึ้น

หลินเจี้ยนเหลียง(林建良)หัวหน้าทีมจักรยานกล่าวว่า “ปกติก็มีการขี่จักรยานอยู่แล้ว จากนั้นคิดว่าน่าจะรวมการขี่จักรยานกับงานกุศลเข้าด้วยกัน ตามคำกล่าวในภาพยนตร์เรื่อง 「ISLAND ETUDE」ที่ว่ามีบางสิ่งหากไม่ทำตอนนี้ ก็คงไม่ได้ทำตลอดชีวิต ผมคิดว่าการขี่จักรยานรอบเกาะเพื่องานกุศลเช่นนี้ ตลอดชีวิตได้ทำสักครั้งก็มีคุณค่าเพียงพอแล้ว”

มวลอากาศเย็นพัดผ่านไต้หวัน ภาคเหนืออุณหภูมิลดต่ำลงอยู่ที่ระดับ 20 องศาเซลเซียส

วันที่ 4 ต.ค.กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันระบุว่า เนื่องจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้สภาพอากาศโดยทั่วไปมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งภาคเหนือจะรู้สึกได้ว่าอากาศเย็นลงอย่างชัดเจน ในตอนกลางวันอุณหภูมิจะลดลงจากวานนี้ราว 6-7 องศาเซลเซียส ในตอนค่ำจนถึงเช้าวันที่ 5 ต.ค. จะเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลรุนแรงที่สุด บริเวณชายฝั่งและที่โล่งอาจมีอุณหภูมิลดต่ำลงอยู่ในระดับ 20 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคใต้อุณหภูมิช่วงกลางวันในวันนี้และวันพรุ่งนี้จะลดลงราว 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิช่วงเช้าและค่ำจะลงต่ำลง 3-4 องศาเซลเซียส อยู่ที่ราว 22 องศาเซลเซียส โดยในวันพุธที่ 6 ต.ค.ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะเริ่มอ่อนกำลังลง และอุณหภูมิทุกภาคจะเริ่มสูงขึ้น

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รู้จักไต้หวันให้มากขึ้น จากเพลง 台灣心跳聲(Heartbeat Of Taiwan)



台灣心跳聲(Heartbeat Of Taiwan) หรือเสียงเต้นของหัวใจไต้หวันเป็น Theme Song ของ Taiwan Pavillion ในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป เซี่ยงไฮ้ 2010 ขับร้องโดยโจลินไช่ (蔡依林)โดยเนื้อเพลงได้พูดถึงความเป็นไต้หวันในด้านต่างๆ วันนี้เลยขอนำเอามิวสิควีดีโอพร้อมทั้งเนื้อเพลงมาให้ได้ชมกันนะคะ

เนื้อเพลง : 台灣心跳聲 (Heartbeat Of Taiwan)
คำร้อง      : ฟังเหวินซัน (方文山)(Rap:โข่วเจียลุ่ย (寇家瑞))
ทำนอง  : หลินม่ายเข่อ (林邁可)

那長春藤攀上 生繡的消防栓            像蝴蝶離不開 有花香的地方

寧靜的小巷  一杯永和豆漿               我在細細品嘗 恬淡的家鄉

霓虹燈點亮  關於夜市的想像           孩子們捉迷藏 在找愛吃的糖

昏黃的夕陽  龍山寺的老牆               我虔誠點著香 手拿一柱希望


少一點傷痕  多一點的掌聲               少一點戰爭  多一點的單純

認真用棒球魂 揮汗去體會青春        用心聽著  那台灣的心跳聲

(Rap)
嘉南平原等待收割 是一整遍幸福的顏色

屏東黑鮪魚直接等於快樂 一路蜿蜒的是淡水河

那陡峭的是太魯閣 一派樂天的性格

美濃紙傘怎麼折 三義木雕怎麼刻

這塊土地上有很多很多的選擇

仔細看著八家將的妝獨特

我說親愛親愛的 我們故事說到這


少一點仇恨  多一點的我們                少一點寒冷  多一點的溫存

用狂草寫雲門 用蜂炮築一座城            媽祖永恆  世世代代的虔誠

天燈冉冉上升 可以許下願望就別等

 (คลิกรับฟังแนะนำเพลงได้จากชุดเอเชียสัมพันธ์ รายการอะไรอะไรในไต้หวัน วันที่ 27 ก.ย. 2553 )