วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554

กรุงไทเปจะเริ่มเก็บภาษีบ้านหรูตั้งแต่เดือน ก.ค. ศกนี้เป็นต้นไป

นายเซี่ยซงฟาง ผอ.กองสรรพากร เทศบาลกรุงไทเปแถลงในวันที่ 11 ม.ค. ศกนี้ว่าเริ่มจากเดือนก.ค. ปีนี้เป็นต้นไปจะจัดเก็บภาษีบ้านหรูหราในเขตกรุงไทเป ซึ่งจากการตรวจสอบมีอาคารที่พักอาศัยหรูหราจำนวนทั้งสิ้น 389 แห่ง 10,168 ครัวเรือน ที่ตรงตามมาตรฐานบ้านหรูหราที่กำหนดไว้ 8 ประการอันได้แก่ เป็นบ้านเดี่ยว การตกแต่งภายนอกหรูหรา ตั้งอยู่ในทำเลดี มีทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม เป็นอพาร์เมนต์บนอาคารหรูที่แต่ละชั้นมีเพียงไม่กี่ยูนิต มีที่จอดรถเป็นของตนเองทุกครัวเรือน มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีการบริหารและจัดการอย่างดีเยี่ยม คาดการจัดเก็บภาษีบ้านหรูหราของเทศบาลกรุงไทเป จะทำให้มีเงินเข้าคลังเพิ่มขึ้นปีละ 1000ล้านเหรียญเอ็นที

ผอ.กองสรรพสากร กล่าวว่า เรามีการพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว จึงได้กำหนดเป็นมาตรฐานออกมา ในตอนแรกการจะตัดสินว่าบ้านหรูหราควรเป็นลักษณะใดเป็นเรื่องอยาก เราขอให้บริษัทนายหน้าซื้อขายบ้านส่งข้อมูลให้ก็ไม่ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ บางคนบอกวาต้องดูจากภายนอก บางคนบอกว่าต้องดูจากพื้นที่รวม บางคนบอกว่าต้องดูจากราคาบ้าน เราจึงได้รวบรวมความคิดเห็นต่างๆเหล่านี้เข้าด้วยกันแล้วจัดทำเป็นมาตรฐานของบ้านหรูหรา ออกมาเป็น 8 ประการซึ่งต่อไปก็จะใช้ตัดสินว่าบ้านใดเป็นบ้านหรูหรา ที่ต้องถูกจัดเก็บภาษีเพิ่ม

สส.ไต้หวันเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมาย บังคับรถยนต์ติดตั้งอุปกรณ์กล้องมองภาพถอยหลัง

จากสถิติ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถอยรถจำนวน 73 ราย บาดเจ็บมากกว่า 7,000 ราย ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นเด็กและคนชรา เพื่อลดอุบัติเหตุจากการถอยรถ เจี่ยงหนัยซิน(蔣乃辛)สส.พรรคก๊กมินตั๋ง ได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เรียกร้องให้สภาบริหารบรรจุกล้องมองภาพถอยหลัง ไว้ในอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์ ซึ่งมีสส.บางส่วนสนับสนุน เพราะสามารถเพิ่มความปลอดภัยได้ แต่ก็มีสส.บางส่วนเห็นว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนในการซื้อรถ ต้องทำการหารืออย่างรอบคอบก่อน

PHOTO : TVBS
เจี่ยงหนัยซินยกตัวอย่าง รัฐบาลสหรัฐได้กำหนดให้กล้องมองภาพถอยหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถยนต์และรถบรรทุก และต้องทำการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป “บรรจุไว้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เช่นเดียวกับเข็มขัดนิรภัย รถยนต์ออกจากโรงงานผลิตต้องมีเข็มขัดนิรภัย ดังนั้นรถยนต์ออกจากโรงงานต้องมีกล้องมองภาพถอยหลัง เพื่อปกป้องความปลอดภัย เราหวังว่ายิ่งเร็วยิ่งดี เช่นเดียวกับสหรัฐเริ่มได้ในปี 2012 ต้องดูการตกลงหารือระหว่างสภาบริหารกับผู้ประกอบการผลิตรถยนต์”เจี่ยงหนัยซิน กล่าว

ไต้หวันสร้างสะพานจินเหมินเชื่อมต่อเกาะใหญ่และเล็ก


ประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว เป็นประธาน
ในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างสะพานจินเหมิน
การสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างเกาะที่อำเภอจินเหมินเริ่มขึ้นในวันที่ 9ประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว ของสาธารณรัฐจีน และ นรม อู๋ตุนอี้ ร่วมพิธีขุดดิน สะพานจินเหมินใช้เวลาก่อสร้าง 5ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้รถวิ่งผ่านได้ในปี 2016 ต่อไปการเชื่อมต่อระหว่างเกาะใหญ่และเล็กของอำเภอจินเหมินจะสะดวกขึ้น ไม่ต้องถูกจำกัดเฉพาะทางเรือเท่านั้น

สะพานจินเหมินความยาว 5.4 ก.ม. นับเป็นสะพานยาวที่สุดในไต้หวันและเขตฮกเกี้ยน งบประมาณก่อสร้าง 7,500 ล้านเหรียญไต้หวัน รัฐบาลกลางรับผิดชอบ 2 ใน 3 อีก 1 ใน 3 เป็นงบประมาณของท้องถิ่น
ปธน.หม่าอิงจิ่ว (ผู้นำไต้หวัน)(ที่สามจากซ้าย)
ขณะร่วมขุดดินเปิดโครงการ

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเหรียญไต้หวันแข็งค่ามากที่สุดในเอเชีย

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินเหรียญไต้หวันมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามในวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางไต้หวันปล่อยให้เงินไต้หวันแข็งค่าขึ้นผ่านแนวต้าน 30 เหรียญไต้หวัน ปิดตลาดที่ 29.800 เหรียญไต้หวัน ต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 1.91% เพิ่มขึ้นมากที่สุดในเอเชีย

ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้ามา ค่าเงินประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ เงินเยนอ่อนลง 2.86 % เงินรูเปียห์อินเดียอ่อนลง 1.56% เงินบาทอ่อนลง 0.99% เงินเปโซฟิลิปปินส์ อ่อนลง 0.93% เงินเหรินหมินปี้อ่อนลง 0.38% เงินรูเปียห์อินโดนิเซียอ่อนลง 0.30% เงินริงกิตมาเลเซีย อ่อนลง 0.24%

เงินไต้หวันแข็งค่าขึ้น 1.91% มากที่สุดในเอเชีย อันดับสองคือเงินวอนเกาหลีแข็งค่าขึ้น 0.33%

ปีที่แล้วไต้หวันเกิดน้อยสุดๆ แค่ แสนหก

สถิติล่าสุดทางด้านประชากรของกระทรวงมหาดไทยไต้หวันระบุว่า ในช่วงปีที่แล้ว ไต้หวันมีเด็กเกิดใหม่เพียง 166,886 คนเท่านั้น ลดลงจากปี 2552 ถึง 20,000 กว่าคน ทุบสถิติต่ำสุดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปีที่แล้วมีคู่สมรสเข้าพิธีวิวาห์ถึง 138,819 คู่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 20,000 กว่าคู่

ปีที่แล้ว จำนวนครอบครัวรวมในไต้หวันเท่ากับ 7,937,024 ครอบครัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ 131,190 ครอบครัว เฉลี่ยครอบครัวละ 2.9 คน

ส่วนทางด้านความหนาแน่นของประชากร ปีที่แล้วเฉลี่ยที่ 640 คนต่อ ตร.กม. นครไทเปหนาแน่นสุดถึง 9,635 คนต่อ ตร.กม. รองลงมาที่เมืองเจียอี้ 4,538 คน/ตร.กม. เมืองซินจู๋ 3,988 คน/ตร.กม. เป็นอันดับ 3 ส่วนจังหวัดไถตงมีประชากรเบาบางที่สุดเพียง 66 คน/ตร.กม. รองลงมาได้แก่จังหวัดฮัวเหลียน 73 คน/ตร.กม. เบาบางสุดอันดับ 3 ได้แก่จังหวัดหนานโถว 128 คน/ตร.กม.

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

ผู้นำไต้หวันสั่งปลด ผบ.ทอ.ด่วน ฐานประพฤติตนไม่เหมาะสม ใช้รถทหารในงานแต่งงานลูกชาย

ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ปธน.หม่า อิงจิ่ว ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมจัดการปัญหานายพลเหลย อวี้ฉี ผบ.ทอ. อย่างเข้มงวดและเร่งด่วน และใช้เวลาเพียงครึ่งวันลงนามในคำสั่งย้ายนายพลดังกล่าวไปเป็นรองเสนาธิการทหารสูงสุด สลับตำแหน่งกับนายพลเหยียน หมิง

การสั่งย้ายด่วนนายทหารระดับสูงของไต้หวันในครั้งนี้สืบเนื่องจากนายพลเหลยฯ ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยเหลือจัดงานแต่งงานให้บุตรชาย และมีการนำรถทหารมาใช้ในพิธีสมรสของบุตรชายของตนด้วย แม้นายพลเหลยฯ จะขอโทษอย่างเปิดเผยถึง 2 ครั้งเมื่อวันพุธที่ 5 ม.ค. 2554 แล้วก็ตาม แต่ข่าวดังกล่าวได้ทำลายภาพลักษณ์ของกองทัพโดยรวม ดังนั้น ผู้นำไต้หวันจึงสั่งการให้ รมว.กลาโหมไต้หวันจัดการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
นายหลัว จื้อเฉียง โฆษกทำเนียบ ปธน.ไต้หวันเปิดเผยว่า ปธน.หม่าฯ เข้มงวดต่อความประพฤติของระดับสูงในรัฐบาลมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือนหรือทหาร จะต้องปฏิบัติตามหลัก“คุณธรรมบริสุทธิ์ของข้าราชการ” อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บังคับบัญชาจะต้องทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี
นายพลเหลย อวี้ฉี ผบ.ทอ.
รายงานข่าวระบุว่า ในยุคอดีต ปธน.เฉิน สุยเปี่ยน ทำเนียบ ปธน.ไต้หวันมีระเบียบเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือจัดงานพิธีให้แก่บุตร-ธิดา ปธน. โดยมีรองเลขาธิการทำเนียบ ปธน. เป็นประธานคณะทำงาน ช่วยเหลือจัดสถานที่ ส่งบัตรเชิญ รับรองแขก จัดหาของที่ระลึก ฯลฯ เป็นต้น แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกระเบียบดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่ปี 2551 หลังจากที่เปลี่ยนผู้นำใหม่

ข้าราชการครูและทหาร 370,000 คนต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

นายหวังจินผิง ประธานสภานิติบัญญัติ
สภานิติบัญญัติไต้หวันได้พิจารณาผ่านร่างแก้ไขกฏหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยยกเลิกมาตราที่ยกเว้นภาษีให้แก่ข้าราชการครูและทหาร แล้วในวันนี้ 3 วาระรวด โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้า เป็นต้นไป และทำให้ข้าราชการครู ทหาร ต้องเริ่มเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปีภาษี 2555 โดยต้องยื่นแบบรายการแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป การแก้ไขกฏหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อข้าราชการครูและทหารในไต้หวันจำนวน 370,000 คน นำเงินรายได้เข้าคลังหลวงปีละ 11,200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า เงินรายได้จากการนี้จะนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการยกระดับการศึกษาและสวัสดิการทหารเป็นการเฉพาะทั้งหมด ส่วนกระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า เพื่อลดผลกระทบต่อรายได้ของนายทหารระดับล่าง จ่ายภาษีเท่าใด ก็จะให้เงินชดเชยเท่านั้น

กระทรวงการคลังไต้หวันขู่หากการบริจาคใบเสร็จรับเงินลดลง จะยกเลิกรางวัลใหญ่ 10 ล้าน

เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการบริจาคใบเสร็จรับเงินเพื่อตรวจรางวัลให้แก่องค์กรการกุศลไต้หวัน ที่ประชุมสภานติบัญญัติไต้หวันเมื่อวานนี้มีมติให้เวลาการติดตามผลการเพิ่มรางวัลใหญ่จากใบเสร็จรับเงินเป็น 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวันว่าการบริจาคใบเสร็จรับเงินของประชาชนลดลงหรือไม่ ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า หากส่งผลต่อการบริจาคใบเสร็จรับเงิน กระทรวงการคลังก็ควรยกเลิกรางวัลใหญ่ดังกล่าว

กระทรวงการคลังไต้หวันได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่มเงินรางวัลที่ 1 เป็นรางวัลละ 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวันตั้งแต่การออกรางวัลในวันที่ 25 มี.ค. 2554 เป็นต้นไป ส่วนรางวัลย่อยรางวัลละ 200 ดอลลาร์ไต้หวันก็เพิ่มจากจำนวน 3 รางวัลเป็น 5 รางวัล

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวนเงินรางวัลที่ 1 ดังกล่าว ทำให้สส.พรรคก๊กมิ่นตั๋งเกิดความวิตกกังวลว่า จะทำให้การบริจาคใบเสร็จรับเงินให้แก่องค์การกุศลของประชาชนลดน้อยลง เช่น ในแต่ละปีมูลนิธิ Genesis Social Welfare Foundation (GSWF) มีรายได้จากการตรวจรางวัลใบเสร็จรับเงินถึง 100 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน แต่หลังจากที่กระทรวงการคลังประกาศมาตรการดังกล่าว ทำให้ใบเสร็จรับเงินที่ได้รับบริจาคลดลงเหลือเพียง 30% เท่านั้น จึงวิตกว่าองค์กรเพื่อสาธารณะกุศลเหล่านี้จะประสบปัญหาขาดแคลนค่าใช้จ่าย

นางหลู ซิ่วเยี่ยน สส.พรรคก๊กมิ่นตั๋งได้เสนอญัตติให้เวลากระทรวงการคลังไต้หวัน 6เดือน ติดตามผลกระทบจากการเพิ่มเงินรางวัลใบเสร็จรับเงินก้อนโตนี้ หากตัวเลขการบริจาคใบเสร็จรับเงินลดลงจริง กระทรวงการคลังไต้หวันควรยกเลิกรางวัลใหญ่จำนวน 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยเพิ่มรางวัลย่อยเป็น 6 รางวัล