วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Pavilion of Dreams ได้รับความนิยมสุดๆ ไอทีอาร์ไออยู่เบื้องหลัง

หลังจากที่มหกรรมพืชสวนโลกไทเป 2553 ผ่านการทดสอบเป็นเวลา 20 วันเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าประชาชนให้ความสนใจกับ Pavilion of Dreams หรือ ศาลาแห่งความฝัน ที่ตั้งอยู่ในสวนซินเซิง ผู้อยู่เบื้องหลังศาลาดังกล่าวคือสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมหรือ ไอทีอาร์ไอ ไต้หวันนั่นเอง อาศัยเทคโนโลยี่ของสถาบันประสมประสานกับความคิดสร้างสรรค์ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับบรรยากาศของเรื่องราวต่างๆ กับระบบดิจิตอลอย่างไม่เคยพบมาก่อน

ในบรรดาศาลา 14 แห่งที่เข้าร่วมมหกรรมพืชสวนโลกไทเป 2553 ในครั้งนี้ มีเพียง Pavilion of Dreams เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยี่ล้ำสมัยของไต้หวัน และปะรสมประสานกับการออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยนครไทเปมอบหมายให้ไอทีอาร์ไอเป็นผู้รับผิดชอบออกแบบดำเนินการทั้งหมด ประสานกับลำโพงที่ทำจากกระดาษ จอแสดงผลสามมิติแนวตั้ง จอระบบสัมผัส ประกอบด้วยการประสานกับกล้องโปรเจกเตอร์จำนวนมากกับการฉายภาพเทคนิคแสงสีตระการตา ความคิดสร้างสรรทางศิลปะ ให้ระบบประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของผู้เข้าชมได้ตื่นตาตื่นใจ

นางเหยียน ไน่เจวียน ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์ไอทีอาร์ไอไต้หวันผู้รับผิดชอบผลงานดังกล่าวระบุว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของพวกเราเหมือนกันที่รับหน้าที่ออกแบบศาลาจัดแสดงขนาดใหญ่อย่างนี้ เราใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นส่วนประกอบสำคัญทั้งอะไหล่ วัสดุต่างๆ และอาศัยเทคโนโลยี่เป็นตัวแสดงผลงาน ผู้ชมจะได้ชมความสวยสดงดงามตระการตาของเทคโนโลยีสุนทรียศาสตร์ คิดว่าผู้ชมสามารถใช้เวลาชื่นชมศาลาแห่งนี้ด้วยความสุนทรีย์”

กต.ไต้หวันเตือนนักท่องเที่ยวไต้หวันเที่ยวไทยระวังความปลอดภัยทางน้ำ

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้ติดตามสภาพน้ำท่วมในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และประกาศเตือนว่า สภาพน้ำท่วมในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของไทยที่เป็นมาตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. 2553 เป็นต้นมา เริ่มดีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามในเขตปริมณฑลได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี นครราชสีมา และชัยภูมิ ยังคงอยู่ในสภาพน้ำท่วม นอกจากนี้ เดิมที่คาดว่าในวันที่ 26 ต.ค. 2553 จะเกิดน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำเจ้าพระยาท่วมกรุงเทพฯ นั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในไทยเช่น เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา และภูเก็ต ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมแต่อย่างใด เส้นทางคมนาคมต่างๆ ยังคงเป็นไปตามปกติ ดังนั้น สัญญานเตือนการท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบันจึงยังคงอยู่ในระดับ “สีเหลือง” เหมือนเดิม ชาวไต้หวันที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือประกอบธุรกรรมในไทย ควรติดตามการพยากรณ์อากาศ และสภาพการคมนาคมในแต่ละท้องที่ ส่วนการจัดกำหนดการ “ล่องเรือ” นั้น เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาค่อนข้างเชี่ยวและระดับน้ำค่อนข้างสูง ดังนั้น ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบความปลอดภัยจากบริษัทนำเที่ยวให้แน่ชัดก่อนใช้บริการ

ไต้หวันอาจขยายช่วงเวลาแรงงานต่างชาติทำงานได้ถึง 12 ปี

ในวันที่ 27 คณะกรรมการกิจการแรงงานประชุมป้องกันแรงงานหลบหนี ที่ประชุมมีความเห็นชอบต่อการขยายช่วงเวลาทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ แต่จะขยายโดยยกเว้นข้อจำกัดเวลาหรือขยายเพิ่มช่วงจากเป็น 9 ปี 12 ปี ยังไม่แน่ชัด

อุบัติเหตุการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 6 เป็นการเปิดโปงปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ กรมฝึกหัดแรงงาน คณะกรรมการกิจการแรงงานแถลงว่า ในวันที่ 27 ได้มีการประชุมเรื่องการขยายช่วงเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน

ไช่ม่งเหลียง (蔡孟良) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแรงงานต่างชาติ กรมฝึกหัดแรงงานเปิดเผยว่า การขยายช่วงเวลาทำงานมีประโยชน์ในด้านความมั่นคงของแรงงาน ทำให้แรงงานมีโอกาสกลับมาทำงานในที่เดิมได้ ลดการหลบหนี ที่ประชุมเห็นชอบต่อการขยายช่วงเวลาทำงาน

นอกจากนี้ จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการกิจการแรงงานชี้ว่า อาจจะมีการยกเลิกระเบียบที่บังคับให้แรงงานเดินทางออกนอกประเทศ 1 ครั้ง ทุก 3 ปีด้วย

มหกรรมท่องเที่ยวกำลังจะเริ่มขึ้น

Taipei ITF มหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นประจำในช่วงปลายปีกำลังจะเริ่มขึ้น ในวันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นเวลา 4 วัน ในปีนี้มีผู้ร่วมงานจากพื้นที่ต่าง ๆ 60 แห่ง จำนวน 1200 คูหา บางรายกระหน่ำลดราคา ห้องพักปกติ ลดเหลือ 999 เหรียญไต้หวัน

โจวชิ้งโสง (周慶雄) ประธานสมาคมการท่องเที่ยวเปิดเผยว่า งาน ITF เป็นงานที่มีผู้ร่วมจัดแสดง และผู้ชมงานมากที่สุดในเอเชีย

โจวชิ้งโสงกล่าวด้วยว่า ในปีนี้เศรษฐกิจฟื้นตัว ภาวะกิจการท่องเที่ยวดีขึ้นด้วย ในเดือน มกราคม – กันยายน ชาวไต้หวันไปท่องเที่ยวต่างประเทศ 9.20 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.52% เทียบกับปีที่แล้ว ชาวต่างชาติมาเที่ยวในไต้หวัน 4.02 ล้านคน เพิ่มขึ้น 27% คาดว่าถึงปลายปีจะทะลุ 5.50 ล้านคน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไต้หวันทุบสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี

ศูนย์วิจัยพัฒนาเศรษฐกิจไต้หวัน มหาวิทยาลัย National Central University เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนตุลาคม ขยับมาอยู่ที่ระดับ 80.19 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.05 จุด และนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับแต่เดือนมีนาคม ปี 2547 เป็นต้นมา

ศูนย์วิจัยพัฒนาเศรษฐกิจไต้หวัน เปิดเผยว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นการลงทุน ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไต้หวันโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต ปรับขึ้นทั้ง 4 รายการ ขณะที่ความเชื่อมั่นในด้านมาตรฐานราคาสินค้าและการซื้อสินค้าคงทนลดลงทั้ง 2 รายการ

ผลสำรวจยังพบว่า ในเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำมีการปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ระดับ 87.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 1.9 จุด และยังทำสถิติเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2548 เป็นต้นมา ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นหมวดที่ลดลงมากที่สุดคือมาตรฐานราคาสินค้า

ไต้หวันติดอันดับประเทศร่ำรวยอันดับสามของเอเชีย

ผลการสำรวจ เรื่องระดับความร่ำรวยของประเทศในเอเชียซึ่งจัดทำโดย Allianz Group ยักษ์ใหญ่ของวงการธุรกิจประกันภัยโลกสัญชาติเยอรมัน ซึ่งนำออกเผยแพร่ในวันที่ 26 ต.ค. ศกนี้พบว่า ณ สิ้นปี 2552 ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยต่อครัวเรือนของชาวไต้หวันคือ 50,000 ยูโรต่อปี (ประมาณ 2,200,000 เหรียญเอ็นทีหรือประมาณ 2,150,000 บาท)สูงเป็นอันดับสามของเอเชียและเป็นอันดับที่ สิบแปดของโลก รองจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์ซึ่งติดอันดับหนึ่งและสองของเอเชีย ในขณะที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ติดอันดับประเทศร่ำรวยที่สุดในโลก อันดับสองคือสหรัฐอเมริกา อันดับสาม เดนมาร์ก อันดับสี่ ฮอลแลนด์ อันดับห้า ญี่ปุ่น

รายงานการสำรวจดังกล่าวยังระบุว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัวแล้ว แต่อัตราการเติบโตของทรัพย์สินทางการเงินยังคงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยคือ 0.37%เท่านั้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.34% นอกจากนี้มูลค่าทรัพย์สินทางการเงินโลกยังลดต่ำลงกว่าช่วงเกิดวิกฤตการเงินโลก 4% อย่างไรก็ดี เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนแผ่นดินใหญ่และอินเดียยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ทรัพย์สินทางการเงินของประเทศเศรษฐกิจใหม่ของเอเชียเหล่านี้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 10% ขณะที่ไต้หวันซึ่งส่งออกสินค้าไปจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมดก็มีอัตราการเติบโตของทรัพย์สินทางการเงิน 5.6%

ความพยายามในการปราบคอรัปชั่นของไต้หวัน ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

Transparency International (TI) องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานเพื่อแก้ปัญหาคอรัปชั่น เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีวัดภาพลักษณ์คอรัปชั่นประจำปี 2553 ของประเทศต่างๆ 178 ประเทศทั่วโลก ปรากฏว่าไต้หวันมีคะแนนดีขึ้นจากครั้งก่อนที่ได้ 5.6 คะแนน มาได้ได้ 5.8 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนนในครั้งนี้ ทำให้มีอันดับที่ดีขึ้นจากเดิม 4 อันดับ และเลื่อนมาอยู่ในอันดับที่ 33 จากอันดับที่ 37 ในครั้งที่แล้ว และอยู่ในอันดับที่ 6 ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย ซึ่งผลการจัดอันดับความโปร่งใสครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าไต้หวันค่อยๆ หลุดพ้นจากภาพลักษณ์การคอรัปชั่นในยุคที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในขณะนี้ขึ้นบริหารประเทศ

นายหลอจื้อเฉียง (羅智強)โฆษกทำเนียบประธานาธิบดี เปิดเผยว่า รัฐบาลมือสะอาดนับเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารประเทศของประธานาธิบดีหม่า

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แผนพัฒนาแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 12 ของจีนแผ่นดินใหญ่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการกลางเต็มคณะของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เปิดการประชุมสมัยที่ 17 ขึ้น พิจารณาแผนพัฒนาแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 12 ซึ่งเรียกสั้นๆ ว่า “แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 12” ซึ่งเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหลักของจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ไปคือตั้งแต่ปีหน้าจนถึงปี 2558

ประการแรก นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีนได้เสนอหลักการ “เติบโตด้วยการยอมรับกัน” เป็นแกนหลักหัวใจของแผนพัฒนาฉบับนี้ เป้าหมายอยู่ที่การลดความขัดแย้งในสังคมที่ดุเดือดรุนแรงยิ่งขึ้นทุกขณะ ให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างทั่วหน้ากัน มิใช่เป็นผู้เคราะห์ร้ายจากการพัฒนาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ในปัจจุบันจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ในสภาพที่ทุกอย่าง “เพื่อเงิน” ทั้งสิ้น ความเป็นธรรมในสังคมกำลังมลายหายสูญไป สภาพแวดล้อมชีวิตความเป็นอยู่ถูกทำลาย ในสังคมมีความขัดแย้งต่างๆ มากมาย หากปักกิ่งไม่คิดหาวิธีการรับมืออย่างรอบคอบ ปล่อยให้ปัจจัยที่ทำให้สังคมเกิดความไม่สงบสุขขึ้นเหล่านี้ ก็จะทำให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างมากขึ้น ความระส่ำระสายก็จะเพิ่มดีกรีสูงขึ้น เมื่อปะทุขึ้นก็ยากที่จะสกัดกั้นมิให้ลุกลามบานปลายออกไปได้