วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันฟอร์โมซาร์พลาสติก กองสิ่งแวดล้อมสั่งหยุดการผลิต

แหล่งที่มา : Rti Thai      
Photo:CNA


เวลา 20.30 น. วันที่ 25 ก.ค. เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้เนื่องจากน้ำมันรั่วไหล บริเวณโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีภัณฑ์ในนิคมอุตสาหกรรมฟอร์โมซาร์พลาสติกกรุ๊ป ธุรกิจปิโตรเคมียักษ์ใหญ่ของไต้หวันโรงงานที่ 2 ในอำเภอไหม้เหลียวเขตหยุนหลิน หลังเจ้าหน้าที่ใช้รถดับเพลิง 30 คันสาดน้ำดับไฟเป็นเวลากว่า 1ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ครั้งนี้นับเป็นการเกิดเพลิงไหม้ครั้งที่ 2 ห่างจากการเกิดเพลิงไหม้ในบริเวณโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีภัณฑ์ฟอร์โมซาโรงงานที่ 1 เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 20 วัน


ซูจื้อเฟิน(蘇治芬) ผู้ว่าการเขตหยุนหลินระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันของฟอร์โมซาร์เกิดอุบัติเหตุความปลอดภัยในการทำงานที่อันตรายมากถึง 2 ครั้ง กองสิ่งแวดล้อมเขตหยุนหลินได้สั่งการลงโทษ ตามกฎหมายมลพิษทางอากาศ ปรับเป็นเงิน 1 แสน ถึง 1 ล้านเหรียญไต้หวัน และสั่งให้หยุดการผลิต พร้อมส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ เข้าประจำในพื้นที่เพื่อตรวจสอบสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง


โฆษกของฟอร์โมซาร์ระบุว่า การเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการรั่วไหลของน้ำมัน ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุและความเสียหายที่แน่นอนได้ในขณะนี้

ชายไต้หวันป่วยเป็นโรคมะเร็งช่องปากและลำไส้ใหญ่ปีละกว่า 10,000 คน

แหล่งที่มา : Rti Thai

ชายไต้หวันที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปป่วยด้วยโรคมะเร็งช่องปากและมะเร็งลำไส้ใหญ่ปีละกว่า 10,000 คน กรมสุขภาพประชาชนระบุว่า เนื่องจากผู้ชายจะมีการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และกินหมากมากกว่าผู้หญิง มะเร็งช่องปากแทบจะเป็นโรคเฉพาะสำหรับผู้ชายก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยมะเร็งช่องปากมีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนการตรวจเยื่อบุช่องปาก แก่ผู้ชายที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปที่สูบบุหรี่และเคี้ยวหมากเป็นประจำ 2 ปีต่อครั้ง สามารถตรวจพบโรคได้แต่เนิ่นๆ

นอกจากนี้ ปัจจุบันอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่ามะเร็งชนิดอื่น กรมสุขภาพประชาชนได้จัดบริการตรวจเลือดปนเปื้อนในอุจจาระ แก่ประชาชนไม่จำกัดเพศที่มีอายุระหว่าง 50-69 ปี 2 ปีต่อครั้งด้วย

กรมสุขภาพประชาชนระบุว่า มะเร็งทั้งสองชนิดสามารถตรวจพบได้แต่แรกเริ่ม หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม สามารถหายเป็นปกติได้ถึงร้อยละ 90

ผู้ว่าไทจง เดินทางไปโปรโทย์สาลี่ไต้หวันที่อินโดนิเซีย

แหล่งที่มา : Rti Thai      Photo:CNA



ในวันที่ 24 หวงจงเซิง และหูจื่อเฉียง ผู้ว่าการจังหวัดไถจง และ เมืองไถจงเดินทางไปอินโดนิเซีย ร่วมกันจัดกิจกรรมแนะนำสาลี่ไต้หวันให้แก่ประชาชนชาวอินโดนิเซีย หวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายผลไม้ไต้หวันไปยังต่างประเทศ

2 ผู้ว่าไต้หวัน จัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต GRAND LUCKY ในกรุงจาร์กาต้า อินโดนิเซีย นอกจากนี้ยังได้ลงนามข้อตกลงการซื้อ-ขายสาลี่กับซุปเปอร์มาร์เก็ตอีก 4 แห่งด้วย

สัมมนา TEDxTaipei 18 นาที แนวความคิดใหม่

แหล่งที่มา : Rti Thai          Photo:CNA
การสัมมนา TED ที่มีการปาฐกถาเป็นเวลา 18 นาที ได้เปิดฉากขึ้นในวันนี้ที่ไทเป โดยระดมนักกลอนชื่อดังไต้หวันเช่น อู๋ เซิง และวิศวกรก่อสร้างชื่อดังญี่ปุ่น นาย Yasuhiro Yamashita ขึ้นเวทีแสดงแนวความคิดใหม่ และยังมีเถา เจ๋อ นักร้องวัยรุ่นชื่อดังในไต้หวัน เล่าประสบการณ์ทำดนตรีของตนให้ผู้สนใจได้รับฟัง

สัมมนา TED เริ่มต้นครั้งแรกที่สหรัฐฯในปี 1984 พูดคุยประเด็นปัญหาต่างๆ ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ศิลปะ และนวัตกรรม ผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องแสดงความคิดเห็นใหม่ ๆ และประสบการณ์ของตน 18 นาที ที่ผ่านมา มีบุคคลชื่อดังระดับโลกเข้าร่วมเวทีดังกล่าวเช่น Jane Goodal นักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม อดีตรองประธานาธิบดี Al Gore แห่งสหรัฐฯ เป็นต้น



เถา เจ๋อ นักร้องวัยรุ่นชื่อดังไต้หวันได้เล่าประสบการณ์ของตนว่า “มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างของผมกลับไปสู่จุดศูนย์ นั่นก็คือเหตุการณ์ 911 ที่ผู้ก่อการร้ายโจมตีนิวยอร์ค เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผลต่อผมเป็นอย่างมาก แต่มันก็ทำให้ผมกลับไปสู่จุดศูนย์อีกครั้ง ผมหาเหตุเจอว่า ทำไมผมต้องมาทำดนตรี และนี่คือเหตุผลที่อัลบั้มชุด ส้มสีดำ ชุดนั้นของผมถือกำเนิดขึ้น”

ข่าวเกี่ยวข้อง
สัมมนา TEDxTaipei 18 นาที แนวความคิดใหม่ เน้นความหวัง 10 ปีข้างหน้า


เด็ก 9 ขวบไต้หวัน ลุยด้วยหมัดเมาในเมืองจีน

เด็กๆจากจังหวัดจางฮั่ว ไต้หวัน กลุ่มหนึ่งซึ่งฝึกวิทยายุทธกังฟูจีนกับอาจารย์ที่สำนัก “วิทยายุทธป้านเสี้ยน” ได้เข้าร่วมการแข่งขันอู่สู้ระหว่างช่องแคบไต้หวัน ปรากฏว่าคว้ามาได้ 5 ทอง 3 เงิน และ 2 ทองแดง เด็กชายไช่ จื้อซวิน วัยเพียง 9 ขวบ อาศัยฝีมือ “หมัดเมา” ของตนเอาชนะคู่ต่อสู้เด็กจีนแผ่นดินใหญ่ระดับมัธยมต้น กระทั่ง สถาบันอู่สู้ที่เฉวียนโจว จีนแผ่นดินใหญ่ อยากได้ตัวไว้เป็นกำลังหลักของสถาบันด้วย

นายหลิน หมิงเว่ย เจ้าสำนัก “วิทยายุทธป้านเสี้ยน” จางฮั่ว ไต้หวัน เป็นผู้รักในวิทยายุทธอู่สู้ และตระเวณเผยแพร่การต่อสู้แบบ “อู่สู้” ตามโรงเรียนประถมต่างๆ บอกว่า ครั้งนี้ เห็นแววของนักเรียนที่ใช้วิทยายุทธ “อู๋สู้” ได้เป็นอย่างดี เหมือนกับโจว ชิงฉือ เล่นกังฟู ทีเดียว ไช่ จื้อซวิน วัย 9 ขวบ ฝึกวิทยายุทธ “อู่สู้” กับอาจารย์หลินฯ มาตั้งแต่เรียน ป. 1 3ปีที่ผ่านมา ฝึกวิชา “หมัดเมา” จนช่ำชอง ทั้งหมัดมังกร หมัดงู หมัดเสือ หมัดพยัคฆ์เสือดาว และหมัดนกกิเรน ครูฝึกเอ่ยปากชมว่า เป็นเด็กที่ขยันขันแข็งในการฝึกและมีพรสวรรค์จริงๆ

การแข่งขันอู่สู้ที่เฉวียนโจว จีนแผ่นดินใหญ่ในครั้งนี้ มีขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมแข่งขันถึง 1,300 กว่าคน สมาชิกของ “สำนักวิทยายุทธป้านเสี้ยน” คว้ามาได้ถึง 5 ทอง 3 เงิน และ 2 ทองแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไช่ จื้อซวิน เป็นนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันอายุน้อยที่สุด แต่เอาชนะคู่แข่งระดับมัธยมต้นได้ จนคว้าเหรียญเงินมาครองได้ เป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษในการแข่งขันครั้งนี้

จากสัมมนาระหว่างพรรคก๊กมิ่นตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์สู่เวทีระหว่างช่องแคบไต้หวัน

ปี 2548 นายเหลียน จ้าน หัวหน้าพรรคก๊กมิ่นตั๋งในขณะนั้น ได้ผลักดัน “การเยือนเพื่อสันติภาพ” พบปะกับนายหู จิ่นเทา เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปักกิ่ง นำไปสู่ ฉันทามติพัฒนาสู่สันติภาพ 5 ประการระหว่างเหลียนจ้านกับหูจิ่นเทา ปีถัดมา สองพรรคการเมืองดังกล่าวได้จัดการประชุมสัมนาระหว่างสองพรรคขึ้นเป็นครั้งแรก จนกระทั่งปีนี้ ก้าวสู่ปีที่ 6 แล้ว ซึ่งฟอรั่มทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นเสมือนภาพย่อการเปลี่ยนแปลงแห่งความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน

เวทีสัมมนาระหว่างพรรคก๊กมิ่นตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนก่อนปี 2551 ที่พรรคก๊กมิ่นตั๋งจะกลับมาเป็นพรรครัฐบาล แม้จะถูกพรรคดีพีพีใส่ร้ายสาดโคลนต่างๆ นานาก็ตาม แต่ก็ได้เสนอแง่คิดต่างๆ มากมายในประเด็นเศรษฐกิจที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นพิเศษ เช่น การเปิดการขนส่งทางอากาศตรงระหว่างช่องแคบไต้หวัน การอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวไต้หวัน การส่งออกสินค้าเกษตรไต้หวันไปจีนแผ่นดินใหญ่ และความร่วมมือด้านการเงินระหว่างกัน และหลังจากที่พรรคก๊กมิ่นตั๋งกลับมาเป็นพรรครัฐบาลไตัหวันอีกครั้งในปี 2551 การที่สามารถรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างช่องแคบไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว และใช้เวลาเพียงสั้นๆ จัดทำความตกลงระหว่างกันได้หลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถจัดทำความตกลงเปิดเส้นทางบินตรงแบบเช่าเหมาลำวันหยุดและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวไต้หวันได้ในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ไม่อาจไม่ยอมรับได้ว่าเป็นความพยายามและการเตรียมการในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาของเวทีสัมมนาร่วมระหว่างสองพรรคการเมืองดังกล่าวได้

(คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่)

รักษาการผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยชื่นชมนักธุรกิจไทยในไต้หวันมีจิตกุศลบริจาครถตรวจมะเร็งเต้านมให้แก่มูลนิธิป้องกันโรคมะเร็งเต้านมไต้หวัน

แหล่งที่มา : Rti Thai

เมื่อ 6 ก.ค. 2553 นางสาววันทนีย์ วิพุธวงศ์สกุล รักษาการผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป ได้เป็นสักขีพยานในพิธีมอบรถตรวจมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ให้แก่มูลนิธิป้องกันโรคมะเร็งเต้านมไต้หวัน ซึ่งบริจาคโดยนางจรัสศรี โตบันลือภพ เจ้าของบริษัทเวยชางไต้หวัน ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับบัตรโทรศัพท์ทางไกลในไต้หวัน เพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันและรักษาสุขภาพของสุภาพสตรีในไต้หวัน

นางสาววันทนีย์ฯ ระบุว่า นอกจากจะมีนักลงทุนไต้หวันจำนวนไม่น้อยลงทุนในประเทศไทยแล้ว ในไต้หวันเอง

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ไต้หวันเตรียมเปิดพิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

คณะกรรมการพัฒนาวัฒนธรรมแห่งชาติไต้หวันได้เปิดแถลงข่าวเมื่อวานนี้ระบุว่า จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติขึ้น โดยรวมเอา วนอุทยานสิทธิมนุษยชน “จิ๋งเม่ย” และ “ลวี่ต่าว” สองแห่งเข้าไว้ด้วยกัน คาดว่าจะสามารถจัดตั้งขึ้นได้ในปี 2012

ปัจจุบันวนอุทยานสิทธิมนุษยชนทั้งสองแห่งมีหน่วยงานดูแลที่แตกต่างกัน ทำให้การพัฒนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้งและไม่ลงรอยกัน ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการพัฒนาวัฒนธรรมแห่งชาติของไต้หวันจึงได้วางแผนรวมวนอุทยานสิทธิมนุษยชนทั้งสองแห่งเป็นพิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติขึ้นในปี 2012พร้อมกับการยกฐานะคณะกรรมการฯ เป็นกระทรวงวัฒนธรรม ในปีเดียวกัน

นายเซิ่ง จื้อเหยิน ประธานคณะกรรมการพัฒนาวัฒนธรรมแห่งชาติไต้หวัน ระบุว่า “ความจริงยังมีคำบอกเล่าทางประวัติศาสตร์ด้วยวาจาจำนวนไม่น้อยที่รอไม่ได้แม้แต่วันเดียว เนื่องจากมีนักโทษการเมืองนับพันในอดีต ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการนำเอาคำบอกเล่าของพวกเขาบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ ดังนั้น เราต้องเริ่มทำตั้งแต่บัดนี้ และจะเสริมงานในส่วนนี้ หวังว่า จะใช้เวลาประมาณปีครึ่ง เสร็จพร้อมกับการจัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรม และจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขึ้นอย่างเป็นทางการ”