หลังจากการชุมนุมประท้วงของกลุ่มเสื้อแดงได้ยุติลง ยังคงมีเหตุการณ์เกิดขึ้นประปราย แต่ในเขตกรุงเทพฯและสถานการณ์โดยรวมในประเทศไทยอยู่ในสภาพค่อนข้างสงบและมั่นคง ประชาชนใช้ชีวิตเยี่ยงปกติสุขแล้ว นอกจากในเขตจังหวัดภาคใต้ได้แก่ นราธิวาส สงขลา ยะลาและปัตตานี ตลอดจนบริเวณพื้นที่ที่บริเวณชายแดนที่มีความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงอยู่ในระดับการเตือนสีส้มแล้ว กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ได้ปรับลดระดับการเตือน
วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553
3 นาที ชิงรางวัล 3 หมื่น :กิจกรรมแข่งขันพูดภาษาจีนกลางและจีนหมิ่นหนานอาร์ทีไอ 2010
สถานีวิทยุอาร์ทีไอ(Radio Taiwan International-RTI ) จัดกิจกรรมชาวต่างชาติแข่งขันพูดภาษาจีนกลางและจีนหมิ่นหนาน ประจำปี 2010 ในเดือนพฤษภาคม ศกนี้ ซึ่งเป็นการจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยในแต่ละปีดึงดูดชาวต่างชาติในไต้หวันเข้าร่วมการแข่งขันอย่างมากมาย ในปีนี้อาร์ทีไอจัดการแข่งขันในหัวข้อ “ปกป้องโลก หรือ Save the Earth” เพื่อสนองรับกระแสสุดฮอตมาแรงทั่วโลกขณะนี้ เชิญชวนชาวต่างชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน แบ่งปันประสบการณ์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันขณะใช้ชีวิตในไต้หวัน หวังปลุกจิตสำนึกการต่อต้านโลกร้อนของประชาชน
![]() |
| คุณเสาวนีย์ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คว้ารางวัลดีเด่นเลือกผ่านอินเตอร์เน็ตมาครอง |
การแข่งขันพูดภาษาจีนกลางและจีนหมิ่นหนาน ในหัวข้อ “ปกป้องโลก หรือ Save the Earth” ในปีนี้มีผู้สมัครเข้าแข่งขัน
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ไต้หวันชนะเลิศ โอลิมปิคเทคโนโลยี
การประยุกต์ใช้งานสารสนเทศของไต้หวันได้รับการยอมรับระดับโลก สมาคมซอฟต์แวร์สารสนเทศสาธารณรัฐจีน เสนอชื่อ สถาบันอุตสาหกรรมสารสนเทศ (Institute for Information Industry – III) ร่วมประกวดใน WCIT ได้รับรางวัลชนะเลิศ
การประชุมเทคโลยีสารสนเทศโลก (World Congress on
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
กรณีเรือรบโชนันของเกาหลีใต้ถูกเกาหลีเหนือยิงจมยังระอุ
วันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา เรือรบโชนันของเกาหลีใต้ถูกสันนิษฐานว่า ถูกเรือรบเกาหลีเหนือยิงจมกลางทะเลบริเวณเขตรอยต่อน่านน้ำของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ส่งผลให้ทหารเรือเกาหลีใต้เสียชีวิตทันที 46 ศพ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่เกาหลีใต้และทั่วโลก ทุกฝ่ายต่างคาดการณ์กันว่า ทางการเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายทหารต้องการที่จะอาศัยเหตุการณ์นี้ปลอบใจกองทัพเรือเกาหลีเหนือที่เคยเพลี่ยงพล้ำให้แก่เกาหลีใต้หลายครั้งหลายหน
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
นักธุรกิจชั้นนำไต้หวันเชื่อไทยมีพื้นฐานดี และมีความเป็นมิตร เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบความเชื่อมั่นในการลงทุน
สมาคมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-ไต้หวัน ครั้งที่ 21 ขึ้น ที่โรงแรมรีเจ้นท์ไทเป เมื่อวานนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายไต้หวันอย่างคับคั่งกว่า 80 ท่าน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่าย โดยมีนายเฉิน เฟยหลง หรือนายอัลเฟรด เฉิน ประธานคณะกรรมการไทย สมาคมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไต้หวัน (CIECA) กับนายมังกร ธนสารศิลป์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานการประชุม และได้รับเกียรติจากนายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของไทย และนายเหลียง กั๋วซิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ร่วมกล่าวเปิดการประชุม
จากซ้ายไปขวา
นายอัลเฟรด เฉิน ประธานกลุ่มทุนนำเชา ดร.เจน วงศ์พิรุฬห์ ประธานคณะกรรมการความร่วมมือไทย-ไต้หวัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Mr.Richard Tang,COO CQI Energy Infocom Inc. ไต้หวัน นายมังกร ธนสารศิลป์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และโฆษกวิทยุหนุ่มรูปหล่อครับ(555)ต้องคำนึงถึงคุณค่าหัวใจแห่งการเมืองระบอบประชาธิปไตย
ในช่วงครบรอบ 2ปีแห่งการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ของประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการเลือกตั้งผู้ว่านครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลางหรือการปรับคณะรัฐมนตรี เป็นประเด็นร้อนที่สื่อในไต้หวันให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในขณะที่ไม่ได้ใส่ใจกับผลสำเร็จในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ความใจซื่อมือสะอาด การฟื้นฟูเศรษฐกิจ การขยาย
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ครบรอบ 2 ปีของการขึ้นบริหารประเทศ คนไต้หวันให้คะแนนประธานาธิบดีหม่า เฉลี่ย 55.1 คะแนน
นิตยสารโกลบอล วิว ซึ่งเป็นนิตยสารด้านเศรษฐกิจรายเดือนของไต้หวันตีพิมพ์ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีต่อนโยบายการบริหารประเทศของประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีที่ผู้นำไต้หวันขึ้นดำรงตำแหน่ง ผลปรากฏว่า ผู้ถูกสอบถามให้คะแนนผลงานการบริหารประเทศแก่ประธานาธิบดีหม่าเฉลี่ย 55.1 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการ
ผอ.สำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเปชี้ การบังคับแรงงานมุสลิมอินโดนีเซียกินเนื้อหมูเป็นเพียงเฉพาะกรณี และยังไม่พบแรงงานไทยได้รับการปฏิบัติดังกล่าว
กรณีที่นางจางเหวินหลิน เจ้าของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า นำเข้าแรงงานอินโดนีเซียมาทำงานในโรงงานขนาดครอบครัว และสั่งข้าวกล่องทั่วไปที่มีเนื้อหมูผสมให้แรงงานมุสลิมชาวอินโดทั้ง 3 ทาน จนนำไปสู่การรายงานไปทั่วโลก กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความเสื่อมเสียในชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนายจ้างไต้หวันโดยรวม แม้แต่รัฐบาลอินโดนีเซียก็แสดงความห่วงใยต่อสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานอินโดนีเซียที่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


